วาฬที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก และไม่เคยได้มีใครเคยพบเห็นตัวมันสักครั้ง

ย้อนกลับไปในปี 1989 ทีมสำรวจจากสถาบันสมุทรศาสตร์วูดสโฮล ได้ค้นพบเสียงของวาฬตัวหนึ่งซึ่งมีคลื่นความถี่แปลก

ประหลาดถึง 52 เฮิรตซ์ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งสูงกว่าวาฬทั่วไปมาก มีเพียงคลื่นความถี่เสียงที่ใกล้เคียงที่สุดก็คือวาฬ

สีน้ำเงิน (10-39 เฮิรตซ์) และ วาฬฟิน (20 เฮิรตซ์) เท่านั้น และนั่นจึงเป็นที่มาของวาฬตัวนี้ว่า “วาฬ 52 เฮิรตซ์”

(52-hertz Whale)

และนั่นไม่ใช่ครั้งเดียวที่ทีมสำรวจพบคลื่นเสียง 58 เฮิรตซ์ของมัน เพราะยังมีอีกหลายครั้งในหลายสถานที่ช่วงปลายทศวรรษที่

80 รวมไปถึงต้นทศวรรษที่ 90 ก็ยังค้นพบคลื่นเสียงนี้อยู่ โดยทีมสำรวจพบว่ามันเป็นคลื่นที่ถูกปล่อยออกมาเพียงลำพัง และ

เชื่ อว่าเสียงดังกล่าวมาจากวาฬตัวเดียวกันทั้งหมด

แล้วทำไมมันถึงได้ชื่อว่าเป็นวาฬที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก

ตามปกติแล้ว วาฬมักจะใช้คลื่นความถี่ของเสียงในระดับใกล้เคียงกันเพื่อสื่อสารกัน ดังนั้นการที่วาฬตัวนี้มีคลื่นเสียงที่สูงกว่าวาฬตัวอื่นๆ

นั่นแสดงว่ามันไม่สามารถติดต่อกับวาฬตัวไหนๆ บนโลกนี้ได้ ไม่มีฝูง ไม่มีเพื่อนไม่มีคู่ และในทางกลับกัน วาฬตัวอื่นๆ

ก็ไม่สามารถรับรู้การมีอยู่ของมันเช่นกัน

นักวิทย าศาสตร์เคยวิเคราะห์รูปแบบคลื่นเสียงของมัน นอกจากที่มันจะมีคลื่นเสียงที่สูงกว่าวาฬชนิดอื่นๆ แล้ว ยังมีลักษณะคลื่นเสียง

ที่สั้นกว่า และมีความถี่มากกว่า ซึ่งไม่เหมือนทั้งวาฬสีน้ำเงินหรือวาฬฟิน

และเมื่อวิเคราะห์จากพฤติกรรมของมัน การเคลื่อนของมันดูจะคล้ายกับวาฬสีน้ำเงิน แต่ความเร็วในการเคลื่อนที่กับไปคล้าย

กับวาฬฟินมากกว่า ด้วยเหตุนี้ นักวิทย าศาสตร์จึงยังไม่สามารถระบุชี้ชัดลงไปได้ว่ามันเป็นวาฬชนิดไหน สายพันธุ์อะไรกันแน่

หลังจากจบสงครามเย็นเมื่อปี 1992 ทางกองทัพเรือสหรัฐได้เข้ามาช่วยไขปริศนานี้ด้วยการใช้เทคโนโลยี SOSUS

ซึ่งเป็นระบบตรวจจับเสียงใต้มหาสมุทร จึงทำให้ทราบพฤติกรรมของมันมากขึ้น

วาฬปริศนาตัวนี้ถูกตรวจพบทุกๆ ปี ในระหว่างเดือนสิงหาคม-ธันวาคมในมหาสมุทรแปซิฟิก และมันได้วาฬออกจากเขตระยะ

ตรวจจับในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ มันเดินทางไปทางตอนเหนือยังบริเวณเกาะ Kodiak ในเขตหมู่เกาะ Aleutian

ในอลาสก้า และเดินทางลงใต้ไปยังชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย

นักวิทย าศาสตร์ได้บันทึกสถิติการว่ายน้ำของมันอยู่ที่ราวๆ 30-70 กิโลเมตรต่อวัน และในช่วงหนึ่งฤดูกาล มันสามารถว่าย

ในระยะทางขั้นต่ำคือ 708 กิโลเมตร และสูงสุดถึง 11,062 กิโลเมตร ในปี 2002-2003

จนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ว่านักวิทย าศาสตร์จะตรวจพบคลื่นเสียงของมันได้ในทุกๆ ปี แต่ก็ยังไม่สามารถพบตัวเป็นๆ ของมันได้ว่า

มันคือวาฬสายพันธุ์ไหนกันแน่ บางทฤษฎีเชื่ อว่ามันอาจเป็นวาฬที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างวาฬสีน้ำเงินและวาฬฟิน

บางทฤษฎีเชื่ อว่ามันอาจเป็นวาฬหูหนวก จึงทำให้มันปล่อยคลื่นเสียงสูงกว่าวาฬปกติ ส่วนบางคนก็เชื่ อว่า เสียงของมันที่เป็นแบบนี้

อาจเป็นเสียงแห่งความโศกเศร้าก็เป็นได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *