เมื่องใต้ดินของมนุษย์ ในอดีต

จากสุสานโบราณใต้ดินไปจนถึงรถไฟฟ้าใต้ดินในปัจจุบัน มนุษย์มักเดินทางใต้ดินเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่มนุษย์เราเคยอาศัยอยู่ร่วมกัน

ใต้ดินอย่ างเป็นจริงเป็นจังหรือไม่

คำตอบคือ ใช่ แต่มันเกิดขึ้นเมื่ออดีตนานมาแล้ว อาศัยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินหรือเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น อย่ างไรก็ตามในช่วงไม่กี่

ทศวรรษที่ผ่านมาก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง วิลล์ ฮันท์ ผู้เขียนหนังสือ “Underground: A Human History of the Worlds

Beneath Our Feet” กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่เราต้องรู้คือร่างกายของมนุษย์เราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่ออาศัยอยู่ใต้ดิน ทั้งในด้าน

ชีววิทย า สรีรวิทย า มันไม่ใช่ที่ของเรา แต่ก็มีบางเวลาที่เราต้องหลบหนีไปอยู่ใต้ดิน”

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามนุษย์อาศัยอยู่ใต้พื้นดินชั่วคราวด้วยเหตุผลหลายประการ หากไม่มีวัสดุสร้างบ้าน พวกเขาก็จะขุดบ้าน

อยู่ใต้ดิน ในสถานที่ที่สภาพอากาศเลวร้าย มนุษย์ลงไปใต้ดินในฤดูร้อนเพื่อให้ร่างกายเย็นขึ้น และลงไปในฤดูหนาวเพื่อให้

ร่างกายอบอุ่น นอกจากนี้ใต้ดินยังเป็นสถานที่ปลอดภัยในการซ่อนตัวจากศัตรู

ตัวอย่ างเช่น เมืองใต้ดินที่มีชื่อเสียงของคัปปาโดเกียในประเทศตุรกี คนโบราณสร้างเมืองใต้ดินเพื่อหลบหนีทั้งสภาพอากาศ

และสงคราม เนื่องจากพื้นที่ตรงนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์ ทำให้โดนโจมตีจากศัตรูอย่ างต่อเนื่อง ผู้คนจึงต้องหลบหนีไปอยู่ใต้ดิน

ในเวลาฉุกเฉิน แต่พวกเขาไม่ได้อาศัยอยู่เป็นเวลานาน อาจจะอยู่เพียงสัปดาห์ในแต่ละครั้ง

หนึ่งในเมืองใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในคัปปาโดเกียก็คือ เดอรินกูยู (Derinkuyu) เมืองใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,700

ถึง 2,800 ปีก่อน และรองรับผู้อาศัยได้ถึง 20,000 คนเลยทีเดียว

จากข้อมูลใน Atlas Obscura นักธรณีพิสิกส์พบว่ามีการค้นพบเมืองใต้ดินอีกที่หนึ่งในภูมิภาคเมื่อไม่นานมานี้ โดยมีพื้นที่กว่า

5 ล้านตารางฟุต (460,000 ตางรางเมตร) และลึก 371 ฟุต (113 เมตร) และข้อมูลจาก National Geographic ระบุว่า

เมืองใต้ดินในแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าเดอรินกูยูถึง 3 เท่า

เมืองใต้ดินในคัปปาโดเกียถือเป็น “สิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม” มีบ่อน้ำที่อยู่ลึกลงไปในระดับน้ำใต้ดิน ภายในอุโมงค์ใต้ดินมีรูที่

เจาะขึ้นไปถึงพื้นดินเพื่อทำหน้าที่ระบายอากาศ ในเมืองมีการป้องกันหลายชั้น นอกจากนี้ยังมีประตูทางเข้าเมืองที่ทำจากหินทรงกลม

ขนาดใหญ่สามารถเปิดปิดได้เพื่อป้องกันผู้บุกรุกจากพื้นดิน

ไม่ใช่บ้านใต้ดินทุกหลังจะซับซ้อนเหมือนเมืองใต้ดินในคัปปาโดเกีย มีผู้คนอาศัยอยู่ในถ้ำตามธรรมชาติและถ้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วย

เราสามารถพบถ้ำที่สร้างขึ้นได้ทุกที่ที่มีสภาพทางธรณีวิทย าที่เหมาะสม ตัวอย่ างเช่น เนินเขาหินที่สร้างจากหินทัฟฟ์ ซึ่งเป็นหินภูเขา

ไฟที่ขุดง่าย “มันเป็นเรื่องธรรมดามาก คุณสามารถพบคนสร้างบ้านถ้ำอยู่ทั่วโลก” วิลล์ ฮันท์กล่าว แม้กระทั่งในยุคสมัยปัจจุบัน

ครึ่งหนึ่งของประชากรในเมืองคูเบอร์ เพดี ประเทศออสเตรเลียอาศัยอยู่ในบ้านใต้ดินที่เรียกว่า “dugouts”

มีคนชายขอบจำนวนมากที่ถูกละเลยอาศัยอยู่ใต้พื้นดินภายใต้โครงสร้างพื้นฐานของโลกสมัยใหม่ ฮันท์กล่าวว่า บางทีอาจะมีคนไร้บ้าน

มากกว่า 1,000 คนอาศัยอยู่ในอุโมงค์ใต้ถนนในนิวยอร์ก และมีคนจรจัดจำนวนมากที่ยังอาศัยอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินในลาสเวกัส นอกจาก

นี้ยังมีชุมชนเด็กกำพร้าขนาดใหญ่อาศัยอยู่ใต้ถนนในเมืองบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย

เมื่อมีคนย้ ายเข้ามาในเมืองมากขึ้น ผู้คนอาจต้องย้ ายไปอยู่ใต้ดิน ประเทศต่าง ๆ เช่น สิงคโปร์ กำลังสำรวจทางเลือกในการสร้าง

เมืองใต้ดิน ทางด้าน Eun Hee Lee ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทย าของมหาวิทย าลัยนอตทิงแฮมในประเทศมาเลเซียซึ่งศึกษา

ด้านจิตวิทย าของการอยู่ใต้ดินกล่าวว่า เทคโนโลยีในการสร้างเมืองใต้ดินนั้นมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ท้าทายคือการโน้มน้าวให้คนย้ ายไป

อาศัยอยู่ใต้ดิน

Lee กล่าวว่า ในความเป็นจริงยังไม่มีสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าการอยู่ใต้ดินส่งผลทางลบต่อจิตใจ ตราบใดที่แสง ขนาดห้อง ความสูง

ของเพดาน และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ นั้นสอดคล้องกับพื้นที่บนพื้นดิน ยกตัวอย่ างเช่น เทคโนโลยีช่องรับแสง (lightwell)

ซึ่งจะช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาเพื่อเพิ่มความสว่างให้พื้นที่ใต้ดิน สามารถต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าที่เกิดขึ้นจากการขาดแสงแดด

ผู้คนอาจรู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้สามารถจัดการได้ อย่ างไรก็ตาม ผู้คนยังไม่ชอบความคิดที่จะอาศัยอยู่ใต้ดิน

ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม Lee คิดว่าผู้คนทั่วโลกจะเริ่มเคลื่อนไหวในไม่ช้า โดยได้รับแรงบันดางใจจากสถานที่ที่ปูทางเอาไว้ เช่น

เมือง RÉSO เมืองใต้ดินในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ที่มีความย าวมากกว่า 20 ไมล์ รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า ออฟฟิศ

โรงแรม และโรงเรียน เธอเชื่อว่าผู้คนจะย้ ายไปอยู่ในดินในไม่ช้า อย่ างน้อยภายใน 30 ปี เราจะมีสภาพแวดดล้อมในการทำงาน

ใต้ดินมากขึ้น และมีสถานที่สนุก ๆ ใต้ดินมากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *